สบู่หอยทากชำระล้างสารพิษจากมลภาวะ

สบู่หอยทากและทากคือศัตรูที่เลวร้ายที่สุดที่ชาวสวนสามารถทำได้ โชคดีที่การควบคุมสบู่หอยทากของอินทรีย์ที่จะทำให้พืชจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้โดยไม่ทำอันตรายใด ๆ ต่อพวกเขาได้รับการพัฒนาขึ้น

ดูเหมือนว่าจะหลอกลวงดังนั้นพวกเขาจึงกล่าวว่า ทากและสบู่หอยทากดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย แต่เป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อพืช พวกเขากินพืชโดยทั่วไปบนใบและดอกไม้โดยการเคี้ยวผ่านหลุมขอบราบเรียบ พวกเขาสามารถชะลอการเจริญเติบโตของพืชหรือเลวร้ายยิ่งฆ่าพวกเขาเมื่อพวกเขาแนบตัวเข้าพวกเขายังสามารถโจมตีผลไม้และเปลือกของพืช แต่ส่วนใหญ่พวกเขาชอบใบฉ่ำและดอกไม้ ผลไม้ที่อยู่ใกล้พื้นดินเช่นสตรอเบอรี่และมะเขือเทศยังอ่อนแอต่อแมลงเหล่านี้ ไม่มีอะไรที่ปลอดภัยสำหรับตราบเท่าที่มันอยู่ในมือของสบู่หอยทากและทากนี้

เพื่อติดตามทากเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุมกระสุนสบู่หอยทากธรรมชาติคุณเพียงแค่ต้องมองเห็นเส้นทางเมือกที่พวกเขาปล่อยออกมาเมื่อเคลื่อนที่ นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าโรงงานของคุณได้รับการจัดการ รู้ว่าจะหาอะไรให้เราตอนนี้ดำเนินการเทคนิคการควบคุมสบู่หอยทากอินทรีย์ มีหลายวิธีที่คุณสามารถจัดการกับหอยและทากได้ หนึ่งคือการใช้สเปรย์ทำสวนอินทรีย์ ในการทำหนึ่งคุณอาจใช้ส่วนผสม เช่น สบู่หอยทากเกลือกระเทียมและยาสูบเพื่อชื่อไม่กี่ สเปรย์จะทำหน้าที่เป็นตัวขับไล่ของพืชเพื่อกำจัดสิ่งเหล่านี้

นอกจากนี้คุณยังสามารถใส่ความยุติธรรมลงในมือของคุณเพียงแค่เลือกศัตรูพืชออกและโรยด้วยเกลือนี้ก็จะฆ่าพวกเขา อาจฟังดูโหดร้าย แต่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการกับหอยและทาก อีกวิธีหนึ่งของการควบคุมสบู่หอยทากอินทรีย์คือการใช้คลุมด้วยหญ้าที่ทำจากใบโอ๊กและเศษไม้ นี้จะสร้างผลที่คล้ายกันในการวางพรมแดนของเถ้าทรายหรือมะนาวรอบ ๆ โรงงานของคุณเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชจากการผ่านพวกเขา

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.dermum.co.th/p/4

Posted in ความสวยความงาม, สินค้า | Tagged , | Comments Off on สบู่หอยทากชำระล้างสารพิษจากมลภาวะ

ความเห็นตั้งชื่อเข้ามา โปรเน็ต ais 9บาท โทรกรสรุปพร้อมทั้งโลกู่ตะโกนผู้ปฏิบัติงานคว้าชันสูตร

ริอ่านงเดี่ยวโทรศัพท์กรจับมีชีวิตไฟล์ความเห็น โปรเน็ต ais 9บาท  ในโจ้โดยโทรศัพท์กรจับ ทำเลดังที่กล่าวมาแล้วได้รับสารภาพงานออกแบบลงมาเพื่อให้หมู่ชนทำเป็นสังเกตได้ว่าจ้างโทรศัพท์สิ่งของเขาทั้งหลายดุจดังรุ่งโรจน์ขณะใดที่ กองกลาง สิ่งของกรรมสิทธิ์โทรศัพท์กรจับรายอื่น ๆ ความเห็นโทรศัพท์กรจับมีชีวิตความเห็นอ่อนหวาน โปรเน็ต ais 9บาท  โทรศัพท์กรจับสร้างแบ่งออกตราบใดกอบด้วยชนิดเอิ้นเข้าไปไม่ก็กรณีลงมาตราบเท่า ด้วยเหตุว่าโทรศัพท์กรจับกอบด้วยเนื้อความ#สลับซับซ้อนถมถืดรุ่งโรจน์กว่าโทรศัพท์ขั้นพื้นฐานโทรศัพท์กรจับเป็นส่วนใหญ่ทำเป็นเฉลี่ยตั้งแต่งแบ่งออกพอดีพร้อมกับรสนิยมส่วนตัวสิ่งของกรรมสิทธิ์ได้ โปรเน็ต ais 9บาท  เนื้อความต่างๆ นาๆสิ่งของริอ่านงเดี่ยวโทรศัพท์กรจับได้ชะโงกอุทธรณ์ไปยังโภคีเพิ่มขึ้นเนื้อความทำเป็นที่งานค้าโทรศัพท์กรจับ

Posted in แฟชั่น | Comments Off on ความเห็นตั้งชื่อเข้ามา โปรเน็ต ais 9บาท โทรกรสรุปพร้อมทั้งโลกู่ตะโกนผู้ปฏิบัติงานคว้าชันสูตร

งานย้ายบ้านมิใช่เรื่องราวยากลำบากหากเก็บสำรองของเรียบร้อย

ใครๆ ก็รู้ว่า การขนของย้ายบ้านไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนัก เพราะกว่าจะทยอยเก็บของทุกชิ้นในบ้านเก่า พร้อมกับยักย้ายเข้าบ้านใหม่ให้จบสิ้น ก็เล่นเอาเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ถ้าเวลานี้คุณกำลังจะย้ายบ้าน อาจจะไม่ต้องอ่อนล้าเมื่อทำตามนี้

  1. เก็บของลงกระบุง พร้อมทั้งกระเป๋าที่มีอยู่ แทนเราจะหาซื้อถุงกระสอบ ไม่ก็ถุงขยะขนาดใหญ่มาขนย้าย เราก็ไปค้นกระเป๋าสัญจรที่เก็บไว้ รวมถึงกระเช้าทุกใบ ไม่ว่าจะเป็นกระบุงใส่เสื้อผ้า หรือไม่ก็แม้แต่กะละมัง พร้อมกับถังก็ได้หมด เครื่องไม้เครื่องมือทุกชิ้นกลุ่มนี้จะสนับสนุนให้คุณสะสมของ กระจุกกระจิกที่มีอยู่ภายในบ้านได้ง่ายๆขึ้น และค่อยๆ ทยอยพาไปบ้านใหม่ทีละใบสองใบ จะช่วยเหลือลดปริมาณของที่จะต้องเคลื่อนย้ายลงไปด้วย
  2. กันกระแทกด้วยผ้าเช็ดถูเคาน์เตอร์ปราศจากข้อยกเว้นข้อไหนบอกว่า เราควรใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อหุ้มของประเภทแตกหักง่ายๆซะหน่อย ถ้าอย่างนั้นเราเปลี่ยนแปลงจากกระดาษหนังสือพิมพ์มาใช้ผ้าเช็ดโต๊ะ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม่ก็ผ้าอะไรก็ตามเท่าที่มีอยู่ในบ้าน มาหุ้มกันกระแทกให้ของบอบบางได้เปรียบ แต่สำหรับจานแก้ว อาจลงเงินซื้อจานกระดาษมารองกันกระแทกระหว่างจานแต่ละใบก็ได้นะจ๋า แนวทางนี้จะช่วยให้คุณเคลื่อนย้ายของแตกหักง่ายๆอย่างสะดวกเพิ่มขึ้นเยอะเลยทีเดียว
  3. สวมถุงรวบเครื่องแต่งกายยกเซต ทดลองใช้ถุงก๊อบแก๊บขนาดใหญ่ หุ้มห่อจับเครื่องแต่งกายที่แขวนอยู่ข้างในตู้ให้เต็มถึงที่กะไว้กับขนาดของถุง แค่นี้คุณก็ไม่ต้องพับเก็บเครื่องแต่งกายลงกระเป๋าให้ขบเมื่อยมือแล้วล่ะ ยิ่งกว่านั้นพอถึงบ้านใหม่ ก็แค่ยกถุงเสื้อผ้าไปแขวนบนราวในเชียว ทุ่นเวลาได้อีกโขเลยจ้า
  4. ถากข้างลังเพิ่มความคล่อง เพื่อคนที่แพ็คของลงลังกระดาษ เวลาจะย้ายบ้าน แต่ละทีก็คงกระย่องกระแย่งเท่าไหร่ เพราะรูปร่างของกล่องผลักดันให้จำเป็นจะต้องโอบอุ้มกล่องไปอย่างนั้น แต่ถ้าคุณใช้มีดคัตเตอร์กรีดข้างลัง เป็นช่อง 4 เหลี่ยมสัดส่วนพอสมควรที่จับ ทั้งทางซ้ายและทางขวา แค่นี้คุณก็จะยกลังยักย้ายบ้านได้ราบรื่นขึ้นแล้วจ้า
Posted in บริการ | Tagged , | Comments Off on งานย้ายบ้านมิใช่เรื่องราวยากลำบากหากเก็บสำรองของเรียบร้อย

อุตสาหกรรมที่น่านใจเกี่ยวกับการลงทุนในพม่า

อุตสาหกรรมก่อสร้าง สหภาพเมียนมายังคงต้องการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ทั้งในด้านระบบไฟฟ้า น้ำประปา การขนส่งทางถนน สนามบิน รถไฟ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต) ขณะที่กฎระเบียบและการบริการด้านการเงินยังคงเป็นอุปสรรคอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น รัฐบาลจึงมีดำริเชิงนโยบายที่จะเปิดโอกาสให้ทุนต่างชาติเข้าไปพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ต่างๆ เพื่อรองรับการเชื่อมโยงและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าในระยะต่อไป โดยเฉพาะเมืองทวาย ซึ่งได้รับการส่งเสริม การพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และจะถูกสร้างขึ้นพร้อมกับระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นการร่วมทุนจากนักลงทุนทั่วโลกและไม่ใช้งบประมาณจากรัฐบาล รวมทั้งยังสามารถเชื่อมโยงสินค้าจากตะวันออกกลางและอินเดีย ไปสู่ประเทศอื่นๆ ในแถบทะเลจีนใต้ เช่น จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมไปถึงประเทศต่างๆ ในอาเซียน และมีเส้นทางผ่านไทย คือ จังหวัดกาญจนบุรีไปสู่ท่าเรือแหลมฉบัง

นอกเหนือจากอุตสาหกรรมหลักดังกล่าวข้างต้น ยังมีอุตสาหกรรมอื่นๆที่นักลงทุนไทยอาจพิจารณาเกี่ยวกับศักยภาพ และศึกษาข้อมูลในรายละเอียดเพื่อแสวงหาลู่ทางในการลงทุนยังเมียนมาได้ อาทิ อุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องหนัง โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขั้นปลาย อาทิ การตัดหนัง ขัดหนังประกอบและตกแต่ง มีจุดแข็งของอุตสาหกรรมที่สำคัญ คือ ประเทศมีที่ตั้งใกล้กับแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญ

Posted in แฟชั่น | Comments Off on อุตสาหกรรมที่น่านใจเกี่ยวกับการลงทุนในพม่า

อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มกัมพูชาสดใสโอกาสการค้าการลงทุนของผู้ประกอบการไทย

อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มนับว่ามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจกัมพูชาในฐานะแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศสำคัญด้วยมูลค่าส่งออกกว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีหรือราวร้อยละ 80 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของกัมพูชา อีกทั้งยังเป็นแหล่งจ้างงานจำนวนมากกว่า 3.3 แสนคนทั้งนี้ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชามีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยปัจจัยเกื้อหนุนหลายประการที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และนับเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย

ภาวะการลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชาสดใส ในช่วงที่ผ่านมามีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชา ส่งผลให้ปัจจุบันกัมพูชากลายเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออกของบริษัทชั้นนำ อาทิ ZARA, H&M, Puma, Adidas, Nike และ GAPเป็นต้น โดยมีโรงงานตัดเย็บรวมกว่า 300 โรงงาน ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากไต้หวัน จีน ฮ่องกง และเกาหลีใต้

ปัจจัยเกื้อหนุนการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มกัมพูชา
• กัมพูชามีความได้เปรียบด้านค่าจ้างแรงงานที่อยู่ในระดับต่ำ แม้ว่ารัฐบาลกัมพูชาได้ปรับขึ้นอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในอุตสาหกรรมสิ่งทอและรองเท้าเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 มาอยู่ที่ระดับ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งเมื่อรวมกับเงินช่วยเหลือด้านสุขภาพอีก 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ทำให้ค่าจ้างแรงงานรวมอยู่ที่ 80ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,400 บาท) ต่อเดือน แต่อัตราค่าจ้างดังกล่าวยังต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียรวมทั้งไทย โดยเทียบเท่ากับการจ้างแรงงานไทยเพียง 8 วันเท่านั้น (คำนวณจากอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของไทยที่ระดับ300 บาทต่อวัน) ประกอบกับกัมพูชาเป็นแหล่งแรงงานที่ฝึกหัดง่ายและใช้ทักษะการทำงานที่ไม่ซับซ้อนนัก ขณะที่ไทยเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานไร้ฝีมือ อย่างไรก็ตาม ผลิตภาพของแรงงานกัมพูชาค่อนข้างต่ำโดย TheGarment Manufacturing Association of Cambodia (GMAC) รายงานว่า ในชั่วโมงการทำงานที่เท่ากัน แรงงานกัมพูชา 1 คนสามารถผลิตเสื้อได้จำนวนน้อยกว่าแรงงานเวียดนาม 2 เท่า และแรงงานจีนถึง 3 เท่า จึงเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการไทยควรนำมาพิจารณาร่วมด้วย
• กัมพูชาได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการส่งออกจากประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized System of Preferences : GSP) ในการส่งออกสินค้าหลายรายการ รวมทั้งเครื่องนุ่งห่ม จากตลาดส่งออกสำคัญทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เนื่องจากกัมพูชาจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระดับการพัฒนาน้อยที่สุุด (Least Developed Countries : LDCs) ส่งผลให้เครื่องนุ่งห่มที่ส่งออกจากกัมพูชาได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าและไม่มีการกำหนดโควตานำเข้าจากประเทศดังกล่าว ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาลงทุนหรือย้ายฐานการผลิตไปยังกัมพูชาเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว
• รัฐบาลกัมพูชาให้การสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มอย่างจริงจัง ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ การยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบและส่วนประกอบ และลดหย่อนภาษีสำหรับการนำเข้าเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตเพื่อส่งออก เป็นต้น โดยนักลงทุนต่างชาติสามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวได้จาก CIBนอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชายังอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ทั้งหมด (ไม่จำเป็นต้องร่วมทุนกับชาวกัมพูชาเหมือนบางอุตสาหกรรม เช่น การผลิตและแกะสลักไม้และหิน และกิจการด้านวิทยุและโทรทัศน์ เป็นต้น)

นอกจากโอกาสด้านการลงทุนแล้ว ผู้ประกอบการไทยอาจมองหาลู่ทางในการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไปกัมพูชา โดยเฉพาะสินค้าวัตถุดิบขั้นกลางทั้งด้ายและผ้าผืนประเภทต่างๆ อาทิ ผ้าถักผ้าทอที่ทำจากฝ้าย และผ้าทอที่ทำจากใยสังเคราะห์ เป็นต้น เนื่องจากการผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในกัมพูชามีแนวโน้มเติบโตเร็วมากและการส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) คาดการณ์ว่าในช่วงปี 2556-2560 มูลค่าส่งออกเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชาจะขยายตัวเฉลี่ย 13% ต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้กัมพูชามีความจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาก จึงนับเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการสิ่งทอไทยในการรุกตลาดเพื่อเติมเต็มความต้องการ

Posted in แฟชั่น | Comments Off on อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มกัมพูชาสดใสโอกาสการค้าการลงทุนของผู้ประกอบการไทย

ศักยภาพสินค้าแฟชั่นเครื่องหนังของไทย

รองเท้าแฟชั่น-PERFECT-COMBINATION-เน้นเครื่องหนังเรียบหรูมีสไตล์-สวมใส่ได้ทุกโอกาส-6การผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้าให้มียอดขายเพิ่มมากขึ้น โดยเดินหน้าพัฒนายกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการผ่านกิจกรรมภายใต้โครงการต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขายและการสั่งซื้อให้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโครงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมโดยจัดผู้เชี่ยวชาญไปวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกถึงโรงงาน ทั้งในด้านกระบวนการผลิต การบริหารจัดการ และการใช้ทรัพยากร ตลอดจนลดปัญหาและอุปสรรคในการผลิต และโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยที่มุ่งยกระดับให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตสู่การเป็นผู้ออกแบบสินค้าและมีแบรนด์สินค้าเป็นของตนเอง พร้อมทั้งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ ประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำประเทศเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าแฟชั่นไทยเทียบชั้นนานาประเทศได้

ความแตกต่างระหว่างธุรกิจแฟชั่นในประเทศไทยกับธุรกิจแฟชั่นในต่างประเทศ ภาพของธุรกิจแฟชั่นของประเทศผู้นำแฟชั่นคือมีการผลิตวัตถุดิบเอง จากโรงงานผู้ผลิตผ้า มีโรงงานรับผลิตอุปกรณ์ตกแต่ง มีโรงงานรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ในระบบโรงงานขนาดใหญ่ แต่สามารถบริหารการผลิตสินค้าแบรนด์เนมต่างกัน ในโรงงานเดียวกันได้ และสามารถนำแฟชั่นมาเสนอผู้ซื้อ ทำแฟชั่นโชว์ โดยใช้นางแบบทุกเชื้อชาติได้ แม้กระทั่งการทำแฟชั่นโชว์บนถนน ในที่สาธารณะ นี้ยังเป็นการแสดงถึงการไม่แบ่งเชื้อชาติและความมีเสรีภาพในด้านแฟชั่น

แต่ปัจจุบันสินค้าแฟชั่นเครื่องหนังของไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนักทั้งในตลาดในไทยและส่งออก คาดว่าหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเพราะเท่ากับว่าสินค้าไทยต้องแข่งกับสินค้าพรีเมียมจากยุโรปที่ครองความนิยมในกลุ่มสุภาพสตรีอยู่แล้ว และยังต้องแข่งกับสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่เน้นราคาถูก ดังนั้นจึงต้องเร่งพัฒนาสินค้าและเร่งสร้างฐานตลาดในประเทศให้แข็งแรง พยายามให้คนไทยหันมาสนใจและมั่นใจในแบรนด์สินค้าไทยมากขึ้น ส่วนปัจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องหนัง คือ เรื่องค่าแรงที่มีท่าทีจะปรับเพิ่มขึ้น ปัจจัยเสี่ยงเรื่องการเมือง และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนของไทยในระดับปัจจุบันถือว่าเป็นผลดีต่อการส่งออกด้านปัจจัยบวกที่จะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าเครื่องหนังมากขึ้น คือหากเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะยุโรป จะเป็นผลดีต่อการส่งออกเครื่องหนังและการส่งออกภาคอื่นๆ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาซื้อสินค้าในไทยมากขึ้น

Posted in แฟชั่น | Tagged , , | Comments Off on ศักยภาพสินค้าแฟชั่นเครื่องหนังของไทย

อุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มสร้างรายได้ให้กับประเทศ

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มยังเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก แม้ว่าในบางช่วงจะเกิดปัญหาค่าแรงงานขั้นต่ำ ทำให้รายได้ลดลงค่อนข้างมาก แต่ในระยะต่อมา อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยก็ได้เริ่มมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและในจำนวนที่สูงมากขึ้นอีกครั้ง อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 223,512 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.0 ของมูลค่าการส่งออกทั้งประเทศ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยมีการขยายตัวมาหลายครั้ง ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตภายในประเทศ จำนวนเครื่องจักรเพื่อการผลิตของอุตสาหกรรมสิ่งทอทุกสาขาก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

อุตสาหกรรมสิ่งทอไทย มีโครงสร้างที่สามารถแบ่งตามขั้นตอนการผลิตออกได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ
1. อุตสาหกรรมสิ่งทอต้นน้ำ หรืออุตสาหกรรมขั้นต้น (Upstream) เป็นอุตสาหกรรมเริ่มแรกของโครงสร้างอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้แก่ การเส้นใย (เส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์) และอุตสาหกรรมปั่นด้าย มีลักษณะที่เน้นการใช้ทุนและเทคโนโลยี (Capital Intensive)
2. อุตสาหกรรมสิ่งทอกลางน้ำ หรืออุตสาหกรรมขั้นกลาง (Middlestream) อาศัยวัตถุดิบจากอุตสาหกรรมขั้นต้นมาทำการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ การทอผ้า ถักผ้า ฟอก ย้อม พิมพ์และแต่งสำเร็จ ในการผลิตขั้นนี้สามารถเลือกเทคโนโลยีระดับสูง หรือเน้นการใช้แรงงาน (Capital or Labor Intensive)
3. อุตสาหกรรมสิ่งทอปลายน้ำ หรืออุตสาหกรรมขั้นปลาย (Downstream) เป็นขบวนการผลิตขั้นสุดท้ายของอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นการผลิตเครื่องนุ่งห่ม จำพวกเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้กับประเทศมากที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและเสื้อผ้าสำเร็จรูป มีสัดส่วนจำนวนโรงงานสูงถึงร้อยละ 58.2 เนื่องจากยังเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตโดยใช้แรงงานเป็นหลัก (Labor Intensive) ใช้เงินลงทุนน้อย ซึ่งในระยะที่ผ่านมาไทยได้เปรียบในด้านค่าจ้างแรงงานต่ำ แต่ปัจจุบันไทยได้สูญเสียความได้เปรียบนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งที่สำคัญ อาทิ จีน อินโดนีเซีย อินเดีย และเวียดนาม

อุตสาหกรรมปั่นด้ายเป็นอุตสาหกรรมขั้นกลาง เป็นการนำเส้นใยมาปั่นเป็นเส้นด้าย ส่วนใหญ่จะเป็นด้านผสมระหว่างใยฝ้ายและใยสังเคราะห์ ตามความต้องการของตลาด ความต้องการด้ายฝ้ายยังมีอยู่ค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากปัญหาปริมาณการผลิตด้ายฝ้ายขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศและไม่สามารถควบคุมได้ การผลิตด้ายใยสังเคราะห์จึงพัฒนาทั้งปริมาณและคุณภาพขึ้นมาแทน ปัจจุบันสภาพเครื่องปั่นด้ายที่ใช้เป็นเครื่องจักรที่เก่าและล้าสมัย ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตค่อนข้างต่ำ และขนาดเส้นด้ายโดยเฉลี่ยที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้อยู่ในช่วงเบอร์ 40-50 โดยเส้นด้ายที่มีขนาดเล็ก เช่น เบอร์ 80 ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ใช้วัตถุดิบในประเทศร้อยละ 80 คือเส้นใยสังเคราะห์ เส้นใยฝ้าย นอกนั้นร้อยละ 20 เป็นการนำเข้าเส้นใยคุณภาพสูงจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถผลิตเส้นใยคุณภาพดีได้เท่าที่ควร

Posted in แฟชั่น | Tagged | Comments Off on อุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มสร้างรายได้ให้กับประเทศ

ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านแฟชั่นศักยภาพสูงขึ้น


i1
อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มของไทยในปี 2554 มีมูลค่า 3,274.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 2.16 เนื่องจากราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาต้นทุน รวมถึงการที่ผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มไทยได้รับคำสั่งซื้อจากผู้นำเข้าสินค้ายุโรป การส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มไทยไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนเริ่มจะมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากผลประโยชน์จากข้อตกลง AFTA และ JTEPA อันมีผลทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ไปยังญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง้

การสำรวจสถานภาพพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2554 พบว่ากลุ่มธุรกิจแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในรอบปีที่ผ่านมา จำนวน 20,073 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.9 ของมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยรวมทั้งประเทศ นอกจากนี้อุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นร้อยละ 32.3 ของจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทั้งหมด ของประเทศ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น โดยประเทศไทยเป็นแหล่งการผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย อัญมณี เครื่องประดับและผลิตภัณฑ์เครื่องหนังที่มีคุณภาพ เนื่องจากศักยภาพในการผลิตของฝีมือแรงงานไทยมีความละเอียดและประณีต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีศักยภาพเพียงพอ ที่จะผลักดันส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเข้มแข็งให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการ ในต่างประเทศได้

ในปัจจุบันธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณี และเครื่องประดับมีศักยภาพสูงขึ้น การทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ในวงกว้าง และเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่สามารถเชื่อมโยงในระดับชาติและนานาชาติ จึงถือได้ว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบซื้อมาขายไปให้พัฒนาไปสู่การเป็นเจ้าของตราผลิตภัณฑ์เอง และการดำเนินการที่ครบวงจร ทั้งการนำเสนอการขาย การสั่งซื้อ การชำระเงิน และการขนส่ง นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังเน้นในคุณภาพของสินค้าและการสร้างความพึงพอใจควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการใช้บริการเว็บไซต์แก่ลูกค้าไปพร้อมๆกัน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยและยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ของการซื้อสินค้ารูปแบบนี้มากขึ้น

Posted in แฟชั่น | Comments Off on ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านแฟชั่นศักยภาพสูงขึ้น

การเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในการเข้าสู่ AEC

ปัจจุบันอุตสาหกรรมไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศโดยมีสัดส่วนใน GDP สูงถึงกว่าร้อยละ 40 แต่เนื่องจากปัจจัยภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปลายปี 2558 นี้ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต้องปรับตัวและเร่งสร้างความพร้อมอย่างเร่งด่วนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถที่จะแข่งขัน ใน AEC ได้อย่างมีศักยภาพ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมไทย ที่ผู้ประกอบการทุกกลุ่มธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมตัวให้มีความพร้อมเพื่อสามารถแข่งขันในตลาดที่ใหญ่ขึ้นจากตลาดภายในประเทศที่มีฐานผู้บริโภค 65 ล้านคน สู่ระดับอาเซียนที่ผู้บริโภคกว่า 600 ล้านคน สำหรับอุตสาหกรรมไทยที่มีความโดดเด่นและมีทิศทางในการขยายตลาดได้ดีที่สามารถใช้ประโยชน์จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในช่วงสิ้นปี 2558 ได้แก่ อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่าการส่งออกไปประเทศอาเซียนประมาณ 1,146.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่าการส่งออก 1,610.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล่านี้ มีการพัฒนามายาวนาน มีทักษะความชำนาญ และมีซัพพลายเชนที่ครบวงจร หากสามารถส่งเสริมให้อุตสาหกรรมดังกล่าวให้มีศักยภาพได้ก็จะสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศ

การพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมรองรับ AEC การพัฒนาบุคลากร การปรึกษาแนะนำเชิงลึกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถเชิงรุกสู่ตลาด AEC รวมทั้งนำผู้ประกอบการไปเจรจาธุรกิจและทดลองตลาดในประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน และอาเซียน ซึ่งได้ผลสำเร็จโครงการในปี 2557 คือสามารถพัฒนาผู้ประกอบการ กิจการ และบุคลากรในธุรกิจอุตสาหกรรมได้กว่า 7,094 ราย 600 กิจการ และ 5,145 ราย โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย โดยมุ่งผลักดัน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การพัฒาบุคลากรด้านเทคนิคและการจัดการ การพัฒนานักออกแบบ การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น การสร้างกลุ่มเครือข่ายย่านธุรกิจแฟชั่น และการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดสายกระบวนการผลิต และ โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย สู่การเป็นเถ้าแก่ใหม่ มุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจและดำเนินธุรกิจให้เติบโตและเข้มแข็ง โดยปีนี้ตั้งเป้าสร้างผู้ประกอบการใหม่ จำนวน 1,890 ราย

สำหรับการเสริมสร้างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยสู่การเป็นเถ้าแก่ใหม่ มุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจและดำเนินธุรกิจให้เติบโตและเข้มแข็งใน AEC โดยปีนี้ตั้งเป้าสร้างผู้ประกอบการใหม่

Posted in แฟชั่น | Comments Off on การเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในการเข้าสู่ AEC

ไหมไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นราชินีของเส้นใยทั้งหมดที่มีในโลก

ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตไหมไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ไหมไทยที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของโลก มีแรงงานในอุตสาหกรรมจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานในชนบท ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ไทยที่ได้รับการกล่าวขวัญมานานแล้วในด้านความงดงามของสีสัน และลวดลาย รวมถึงฝีมือการทอผ้าของคนไทยที่ได้รับการถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมของไทยนั้น ต่างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ ไหมไทยเป็นสินค้าหัตถกรรมที่มีขั้นตอนการผลิตที่ใช้แรงงานคนไทยเป็นหลัก ซึ่งเหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีแรงงานเป็นจำนวนมาก กล่าวคือ อุตสาหกรรมการผลิตไหมไทยสามารถสร้างงานให้กับชาวบ้าน และเป็นการเพิ่มรายได้ให้แรงงานในชนบทด้วย

ผ้าไหม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า และสืบทอดภูมิปัญญาของคนไทย นอกจากจะเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของคนไทยแล้ว ลาดลายบนผืนผ้าแต่ละชนิด แต่ละประเภท ยังบอกเล่าเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งได้รับการคิดค้นด้วยภูมิปัญญาสืบทอดต่อกันมาอีกทั้งสีของผ้าที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ ทำให้ผ้าไหมเป็นอาภรณ์ที่เชิดชูบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ให้สง่างาม สร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ผ้าไหมไทยเป็นผ้าทอด้วยมือ เนื้อผ้าวาวเป็นประกายโดดเด่นด้วยสีสันตัดกันสะดุดตา แต่ดูกลมกลืนประทับใจ เมื่อสวมใส่จะดูภูมิฐานและมีรสนิยม เมื่อใส่จะรู้สึกเบาและเย็นสบาย ไหมไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นราชินีของเส้นใยทั้งหมดที่มีในโลก

ไหมไทยมีลวดลายหลากหลายซึ่งเกิดจากวิธีการทอ ส่วนใหญ่มักเป็นลวดลายที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ส่วนใหญ่เป็นลวดลายที่เกี่ยวข้องและพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง เป็นการสืบทอดฝีมือและภูมิปัญญาอย่างแท้จริง ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปทรงต่างๆ ผ้าไหมไทยมีรูปแบบการทอและลวดลายที่แตกต่างกันตามวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในแต่ละท้องถิ่น ปัจจุบันเราสามารถพบเห็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การทอผ้าและการออกแบบลวดลายผ้าของชาวผู้ไทยในประเทศไทย ในรูปแบบของเสื้อผ้าแฟชั่นของสังคมชั้นสูงที่ประยุกต์การออกแบบเพื่อใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าสำหรับคนในสังคมเมือง ซึ่งเป็นคนนอกวัฒนธรรม และไม่ใช่เจ้าของวัฒนธรรมจึงไม่ได้สืบทอดวัฒนธรรมและแบบแผนประเพณีการใช้ผ้า ตลอดจนคุณค่าและความหมายที่บันทึกไว้ในลวดลายผ้า จากการศึกษาทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการทอผ้าและการออกแบบลวดลายผ้าของชาวผู้ไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนมากเป็นความรู้เกี่ยวกับชื่อลวดลาย ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เน้นอยู่ที่ส่วนรูปแบบเท่านั้น

Posted in แฟชั่น | Tagged | Comments Off on ไหมไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นราชินีของเส้นใยทั้งหมดที่มีในโลก

ความต้องการผ้าไหมจากต่างประเทศเพื่อใช้ในงานแฟชั่น

ประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตไหมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีแรงงานในอุตสาหกรรมจำนวนมากโดยเฉพาะแรงงานในชนบท การพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยเพื่อยกระดับผ้าไหมไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากล เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย โดยที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมมีโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการไทยให้มีความสามารถในด้านการแข่งขันกับต่างประเทศโดยมีแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยในหลายๆ ด้าน อาทิ พัฒนาด้านบุคลากร เน้นที่ผ้าไหมทอมือ ซึ่งจะเป็นมรดกสืบทอดไปอีกยาวนาน พัฒนาด้านเทคโนโลยีและด้านการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดการสูญเสียทั้งระบบ และพัฒนารูปแบบสินค้าและการตลาด โดยเน้นที่แฟชั่นและผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับรสนิยมของลูกค้า

อุตสาหกรรมไหมเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะมีคุณค่าทางภูมิปัญญาสืบทอดมายาวนาน ดังนั้นการส่งเสริมและสนับสนุนไหมไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์สร้างทัศนคติ สร้างการรับรู้การเป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตและการค้าผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพ และกระตุ้นให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ตั้งแต่การผลิตผ้าไหมคุณภาพดีและได้มาตรฐาน การสาธิตวิธีการทำไหมที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้เรียนรู้และเข้าใจกระบวนการผ้าไหมได้อย่างครบวงจร

แฟชั่นผ้าไหมมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ยุโรปและอเมริกายังมีความต้องการผ้าไหมสูง โดยเฉพาะกลุ่มตกแต่งบ้าน โรงแรมหรู อาคารสถานที่ รวมถึงบ้านจัดสรรระดับหรู สินค้าแบรนด์เนมและกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ไวน์ แชมเปญ ที่ยังชื่นชอบนำผ้าไหมไทยไปตกแต่ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพราะผ้าไหมไทยมีเอกลักษณ์ที่สวยงาม เป็นที่รู้จัก และมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมในตลาดโลกสูงขึ้น ในขณะเดียวกันตลาดญี่ปุ่นก็เป็นตลาดหนึ่งที่น่าสนใจโดยมีการนำไหมไทยไปตัดเป็นชุดกิโมโน ทำให้ตลาดนี้มีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต เช่นเดียวกับตลาดตะวันออกกลาง อย่างเช่น โอมาน ก็เริ่มให้ความสนใจนำผ้าไหมไปประดับตกแต่งโรงแรมหรูมากขึ้น ดังนั้นหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งส่งเสริมและทำการตลาด สร้างการรับรู้ในกลุ่มภัตตาคารด้วยผ้าไหมไทยก็จะส่งออกได้มากขึ้น

Posted in แฟชั่น | Tagged | Comments Off on ความต้องการผ้าไหมจากต่างประเทศเพื่อใช้ในงานแฟชั่น

พัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย สู่การเป็นเมืองแห่งแฟชั่น

อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยและมีบทบาทต่อการจ้างงานกว่า 2 ล้านคน ถูกจัดอันดับอยู่ 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรมแฟชั่นเอเชีย เนื่องจากมีความได้เปรียบในเรื่องของวัตถุดิบที่หลากหลาย ทักษะฝีมือแรงงานที่ประณีต และมีการออกแบบที่สร้างสรรค์ โดยจะเห็นได้ว่า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค.) อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้ถึง 3.7 แสนล้านบาท (สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนังและรองเท้า และอัญมณีและเครื่องประดับ) แต่หากเทียบกับผู้นำด้านแฟชั่นอย่างฮ่องกงที่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำแฟชั่นแถวหน้าในภูมิภาคเอเชียที่มีตัวเลขการส่งออกสินค้าแฟชั่นสูงถึง 9.3 แสนล้านบาทนั้นจะเห็นได้ว่าสูงกว่าประเทศไทยเกือบสามเท่า โดยฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเมืองที่มีความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นอย่างมาก

ดังนั้น รัฐบาลจึงผลักดันและพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างต่อเนื่องและครบวงจร มีหน่วยงานที่ดูแลด้านแฟชั่นโดยเฉพาะ รวมทั้งมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย การออกแบบที่ได้รับการยอมรับระดับสากล อีกทั้งยังสามารถสร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตนเองที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น จิออร์ดาโน่ (Giordano) ครอคโคไดล์ (Crocodile) จีทูเธาซันด์ (G2000) และราเบียนโค (RABEANCO) เป็นต้น

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมแฟชั่นฮ่องกงยังเป็นตัวแปรสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวที่ฮ่องกงซึ่งมีสูงถึงปีละ 50 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางที่ย่านการค้าแฟชั่นต่างๆ เช่น ย่านคอสเวย์เบย์ (Causeway Bay) ย่านแอดมิรัลตี ย่านมงก็ก และย่านเซ็นทรัล ซึ่งเป็นย่านจำหน่ายสินค้าแฟชั่นระดับไฮเอนด์ เช่น หลุยส์ วิตตอง กุชชี่ แอร์เมส ดิออร์ และปราด้า ฯลฯ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าระดับหรูหลายแห่ง เช่น ห้างไฮซึ่นเพลส ห้างโซโก แลนด์มาร์คอเล็กซานดราแลนด์มาร์คชาเตอร์จาร์ดิน เฮาส์เอ็กซ์เชนจ์สแควร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีย่านโซโหสำหรับสินค้าสไตล์บูติกสินค้าแนวย้อนยุค และงานศิลปะ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าฮ่องกงมีย่านการค้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งผลักดันให้ฮ่องกงเป็นเมืองแห่งแฟชั่นที่สำคัญ ทั้งนี้ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่ “สวรรค์แห่งการชอปปิ้ง” (FashionShopping Paradise) เทียบเท่าฮ่องกงได้นั้นจะต้องใช้กลยุทธ์เพื่อให้เกิดการพัฒนาในหลายด้าน อาทิ จูงใจให้ผู้ประกอบการต่างชาติสนใจมาซื้อสินค้าไทย ตลอดจนส่งเสริมให้แบรนด์ไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าแฟชั่นของไทยมากขึ้น โดยสร้างแหล่งชอปปิ้งที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล โดยจำเป็นต้องกระจายแหล่งชอปปิ้ง เช่น ชอปปิ้ง สตรีทชอปปิ้ง แอเรียและชอปปิ้งบิลดิ้ง ฯลฯ ให้มีความหลากหลาย ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งพัฒนาระบบลอจิสติก (Logistic) ที่เอื้อต่อการส่งออกสินค้าแฟชั่น นอกจากนี้ จะต้องมีการสร้างค่านิยมให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและนักท่องเที่ยว ให้ทราบว่านอกจากประเทศไทยจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแล้ว ประเทศไทยยังมีย่านการค้าสินค้าแฟชั่นที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือนและซื้อกลับไป อย่างไรก็ดี หน่วยงานรัฐมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งและมีหน้าที่หลักในการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในการนำเสนอสินค้าแฟชั่นไทยออกสู่สายตาต่างประเทศในรูปแบบต่างๆ

Posted in แฟชั่น | Tagged | Comments Off on พัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย สู่การเป็นเมืองแห่งแฟชั่น

แนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นเชิงสร้างสรรค์

อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของไทย โดยก่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าประเทศต่อปีจำนวนมาก และสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชากรในประเทศ อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ทุนมนุษย์เป็นหลักในการออกแบบและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงพลวัตรของเศรษฐกิจโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้ต้องมีการพัฒนาสินค้าแฟชั่นที่อาศัยการแข่งขันในด้านของความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก ลดการผลิตสินค้าจำนวนมากและการแข่งขันในด้านของราคาลง โดยเฉพาะประเทศไทยมีความได้เปรียบในด้านของทุนมนุษย์ รากฐานทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่มี ซึ่งเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนำไปสู่การสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้าได้ ทางรัฐบาลจึงตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นเชิงสร้างสรรค์ขึ้น จึงได้ดำเนินโครงการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมแฟชั่น (สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้าและเครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ) ขึ้น เพื่อศึกษาศักยภาพและวางแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นเชิงสร้างสรรค์ขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยที่จะก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้น ทั้งในเชิงของแนวคิดและระบบการผลิต รวมทั้งเสนอแนะรูปแบบการบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ระหว่างหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน

ในรายละเอียดของโครงการจะประกอบด้วย กรอบแนวคิดในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไปสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างสรรค์ โดยมีการศึกษาถึงภาพรวม โครงสร้าง แนวทางการจำแนกอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างสรรค์ และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างสรรค์ในอนาคต อีกทั้งยังมีการศึกษาถึงสถานการณ์ในปัจจุบันของการนำเข้าและส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ของโลก รวมทั้งประเทศผู้นำของอุตสาหกรรมนี้ ถัดไปจะเป็นส่วนของการศึกษาตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ รวมทั้งแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าแฟชั่นของตราสินค้าที่ประสบความสำเร็จ จากนั้นทำการศึกษาถึงแนวทางและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ตลอดจนการวิเคราะห์ศักยภาพของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในปัจจุบัน และการรวบรวมข้อมูลผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านของอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยข้อมูลจากการศึกษาทั้งหมดนี้ ได้นำมาวิเคราะห์ถึงปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างสรรค์ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างสรรค์ของไทย โดยกำหนดขอบเขตการพัฒนา แนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไปสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างสรรค์ และแนวทางการพัฒนากลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม รวมถึงมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และกำหนดโครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วนในการพัฒนาความสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นต่อไป

Posted in แฟชั่น | Tagged | Comments Off on แนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นเชิงสร้างสรรค์

การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีสำหรับสิ่งทอทั่วไปเพื่อแฟชั่นในปัจจุบัน

การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีสำหรับสิ่งทอทั่วไปให้เกิดขึ้นในประเทศ จึงมีความจำเป็นเพื่อใช้เป็น ฐานรองรับอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วในประเทศ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กับต่างประเทศ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ มากกว่าการผลิตโดยเน้นต้นทุนต่ำ ในขณะเดียวกันการเริ่มต้นพัฒนา ในส่วนของสิ่งทอเฉพาะทาง ก็มีความจำเป็น เพราะแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งทอ ในปัจจุบัน มีทิศทางไปสู่สิ่งทอกลุ่มใหม่นี้มากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากความหลากหลาย ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ที่เปิดโอกาสและความเป็นไปได้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆสู่ตลาด และส่วนแบ่งทางตลาด ที่กำลังขยายและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ผลิตภัณฑ์สิ่งทอเฉพาะทางเช่น เข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัย เสื้อเกราะกันกระสุน เส้นเลือดเทียมและชุดผ่าตัดแพทย์ที่เป็นนอนวูฟเวน เหล่านี้ ส่วนมากผลิตจากประเทศ ที่มีเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบ ยุโรปตะวันตก ซึ่งมีเทคโนโลยีการผลิตเส้นใยที่ก้าวหน้า สามารถผลิตเส้นใยที่ซับซ้อนและมีคุณภาพสูง ตามต้องการ รวมไปถึงการออกแบบ และเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติ เหมาะสม ต่อการนำไปใช้งาน ในส่วนของประเทศไทย สถานภาพการพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งทอเฉพาะทางนี้ ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีการพัฒนาไปจนถึงระดับที่สร้างผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องมาจาก การที่เรายังขาดเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการผลิต คือ การผลิตเส้นใยประสิทธิภาพสูงและการออกแบบผลิตภัณฑ์ อีกทั้งโรงงานสิ่งทอในประเทศเกือบทั้งหมด เป็นแบบ สิ่งทอทั่วไป และมีการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ มากกว่าการพัฒนาขึ้นมาเอง ทำให้การปรับเปลี่ยน แนวทางการผลิตเข้าสู่สิ่งทอเฉพาะทางนั้นเป็นไปค่อนข้างช้า

ดังนั้นในส่วนเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งทอ ในประเทศไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้อง มีการวางแนวทางงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการผลิต ทั้งในส่วนของสิ่งทอทั่วไป และสิ่งทอเฉพาะทาง ในส่วนของสิ่งทอทั่วไป เทคโนโลยีการผลิตเส้นใย และการปรับปรุงคุณภาพของเส้นใยนั้น มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากบริษัทใหญ่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ผลิตเส้นใย เป็นบริษัทลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด เทคโนโลยีที่ใช้มาจากการถ่ายทอด โดยตรงจาก บริษัทแม่และ เป็นความลับ การสร้างองค์ความรู้ ด้านเทคโนโลยีการผลิตเส้นใยในประเทศ จึงเป็นการ เตรียมพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต อีกทั้งเป็นพื้นฐานในการส่งเสริม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ สิ่งทอที่ผลิตในประเทศ ให้มีคุณภาพเพื่อที่จะสามารถแข่งขัน ในตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ในส่วนของ สิ่งทอเฉพาะทาง งานวิจัยและพัฒนาสามารถเริ่มต้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีเส้นใย ของสิ่งทอทั่วไป แล้วจึงขยายไปสู่ เทคโนโลยีการผลิตเส้นใยประสิทธิภาพสูง รวมไปถึงการเรียนรู้ และพัฒนาการออกแบบผลิตสิ่งทอเฉพาะทาง รูปแบบต่างๆ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ ใช้ในเชิงอุตสาหกรรม

Posted in แฟชั่น | Comments Off on การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีสำหรับสิ่งทอทั่วไปเพื่อแฟชั่นในปัจจุบัน

การปรับตัวของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ที่เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นอุตสาหกรรมแรกของไทยที่เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมของไทย มาเมื่อหลายสิบปีก่อน ผ่านการพัฒนามาเป็นระดับ จนถึงตอนนี้เรามองไปถึงคำว่า “อุตสาหกรรมแฟชั่น” ซึ่งแต่ละปีมีมูลค่าการค้ากว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ภาคอุตสาหกรรมผลิตต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งเครื่องหนัง สิ่งทอ ฟอกย้อมค้าปลีก- ค้าส่งสินค้าแฟชั่น

และถึงตรงนี้เป็นช่วงเวลาที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง ผู้ประกอบการจะต้องรับมือการแข่งขันที่รุนแรง พร้อมปรับบทบาทจากผู้รับจ้างผลิตสู่การสร้างแบรนด์ของตนเองควบคู่กัน ก่อนหน้านี้ภาครัฐพยามสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา ผ่านกิจกรรมหลบายรูปแบบ และมีเวทีที่จะให้ผู้ประกอบการไทย การยอมรับว่าเป็นการรวมอุตสาหกรรมด้านต่างๆตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง ตัวแทนจัดซื้อ ดีไซน์เนอร์และผู้จัดจำหน่าย ได้มีเวทีแสดงศักยภาพ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และการเจรจาพบพันธมิตรใหม่ๆ ทั้งในประเทศ อาเซียน และทั่วโลก

ในแต่ละปีมูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมแฟชั่น มีมูลค่าการส่งออกมากว่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งอุตสาหกรรมแฟชั่นนั้น ถือว่าเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ใหญ่เกี่ยวโยงในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรม สิ่งทอ เครื่องหนัง เครื่องนุ่งห่ม ผ้าไทย อุตสาหกรรมฟอกหนัง ค้าปลีกแฟชั่น สำหรับตลาดส่งออกหลักในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ได้แก่ จีน รองลงมาเป็นสหภาพยุโรป และฮ่องกง มียอดการส่งออกอยู่ที่ 2.27 แสนล้านบาท มีจำนวนแรงงาน 1 ล้านคน ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า ตลาดหลัก ได้แก่ จีน อิตาลี และฮ่องกง มียอดการส่งออก อยู่ที่ 5.3 หมื่นล้านบาท มีแรงงาน 6 แสนคน อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ตลาดหลัก ได้แก่ ฮ่องกง สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ มียอดการส่งออกในปี 2556 ที่ 3.06 แสนล้านบาท ใช้แรงงาน 1.3 ล้านคน ส่วนตลาดภายในประเทศ ยังคงได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมือง คาดว่าจะทำให้ยอดขายสินค้ากลุ่มแฟชั่นภายในประเทศมีมูลค่าลดลง 10-30% สินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการบริโภคในชีวิตประจำวันจะกระทบมากที่สุด อย่างไรก็ตามหลังจากที่รัฐบาลยกเลิกพรก.ฉุกเฉินทำให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามามากขึ้น เห็นได้จากช่วงสงกรานต์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวในไทยมากขึ้น ทำให้กำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้น

Posted in แฟชั่น | Tagged , | Comments Off on การปรับตัวของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ที่เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ